สวัสดีค่ะ Embarassed ห่างหายไปอาทิตย์กว่าๆ จากการอัพบลอคครั้งล่าสุด ปั่นดราฟต์ธีสิสเวอร์ชั่นล่าแล้วจัดกระเป๋าไปทำงานเสีย 5 วัน (รับจ๊อบๆ) อยากบอกว่าการทำงานคราวนี้สนุกมากๆๆ (เพิ่มไม้ยมกแบบไม่อั้น) พอทำงานเสร็จแล้วที่บ้านก็ขับรถมารับข้าพเจ้าไปเที่ยวอีก 2 วัน! ความสุขมันถึงได้ต่อเนื่องขนาดนี้!
.
.
ตอนนี้ฟูจังตัดสินใจว่าจะเพิ่ม Page ในบลอคของตัวเองค่ะ คือ Page ทท. ย่อมาจาก "เที่ยวไทย" เพราะว่าที่บ้านนั้นนิยมการท่องเที่ยวกันเอาเรื่องที่เดียว บวกกับยังไม่มีทุนทรัพย์พอจะย่างเท้าออกนอกประเทศ อ๊ะ ใครว่า! เพราะเมืองไทยเรานั้นยังมีที่เที่ยวดีๆ อีกมากต่างหากเนอะ (แต่เรื่องยังไม่มีทุนทรัพย์น่ะเรื่องจริง ก๊าก) เรื่องที่จะอัพส่วนมากจะคัดลอกจาก Travel Journal ของตัวเองบวกกับภาพถ่ายฝีมือตัวเองและตากล้องที่บ้าน ไม่ได้เทพอะไรแต่ภูมิใจนำเสนอเต็มร้อยจ้ะ Smile
.
.
วันนี้ก็ขอนำเสนอทริปล่าสุดก่อนเนอะ
.
.
ไปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดกัน!
.
.
ทริปนี้เริ่มจากฟูจังไปทำงานที่ จ. เพชรบุรี เช้ามาซึ่งเป็นวันศุกร์ เริ่มที่เช้าวันศุกร์ที่บ้านมารับตอนประมาณ 10 โมง แล้วก็ขับรถกันมาทาง อ. สามร้อยยอด ขับรถมาเรื่อยๆ ประมาณ 11 โมงครึ่งก็มาถึงอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตรงนี้จะจ่ายค่าเข้าคนละ 40 บาท และค่ารถยนต์อีก 30 บาท สามารถขอแผนที่ได้ด้วยค่ะ (เผื่อคุณเจ้าหน้าที่ลืม เพราะตอนที่จ่ายเงินก็เราถามหาแผนที่ก่อนเหมือนกัน) ในแผนที่ก็จะเป็นแผ่นพับบอกสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณอุทยานซึ่งมีเยอะมากเลยล่ะ! แต่ปลายทางของเราคือการไปชม ถ้ำพระยานคร ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินชื่อมาแล้ว เพราะว่าที่นี่ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยโฆษณาใน Amazing Thailand
.
.
จากจุดที่เราจ่ายเงินค่าเข้า ให้ขับรถไปได้เรื่อยๆ แต่มองป้ายข้างทางให้ดี เพราะจะมีจุดที่ผ่านวัดแล้วติดป้ายอันเล็กมาก (ย้ำว่าเล็กมาก) ว่า "เข้าถ้ำทางนี้" ก็ไปตามป้ายนะ เพราะว่าพวกเราก็ขับไปอีกทางเพราะไม่เห็นป้ายเด้อ
.
.
เมื่อมาถึงชายทะเลจะเป็นจุดที่เราเช่าเรือไปยังจุดที่จะเดินขึ้นเขาไปถ้ำพระยานคร คือเราเลือกได้ว่าว่าจะนั่งเรือไปหรือเดินขึ้นเขาไป ทางขึ้นเขาตรงนี้เป็นแบบนี้
.
.
.
.
ชาวบ้านบอกว่าถ้าเดินจากตรงนี้ไปก็ประมาณเขา 2 ลูก แต่ถ้านั่งเรือไปก็ 5 นาที เหอๆๆๆ ไม่ต้องถามซ้ำเนอะว่าเราไปทางไหน
.
.
บรรยากาศวันที่เราไปออกจะครึ้มๆ กลัวฝนเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ตกลงมาให้ใจเสีย (จริงๆ คือหลอกเราให้ตายใจ)
.
.
.
เรือที่จะนั่งไปเป็นเรือหางยาว (พี่คนขับเรือบอกว่าเรียกเรือท้องยาวก็ได้) คิดค่าเรือ 300 บาท ทั้งไปทั้งกลับ ตอนจ่ายเงินเขาจะให้เบอร์เราด้วย ต้องเก็บไว้ดีๆ เอาไว้ให้ทางฝั่งเรียกเรือมารับตอนขากลับจ้ะ ตอนขึ้นเรือเราต้องเดินลุยน้ำทะเลไปที่เรือนะเพราะเรือเข้ามาใกล้มากไม่ได้ จะเกยตื้น ดังนั้นถ้าจะไปเที่ยวต้องเตรียมตัวถ้านเครื่องแต่งกายดีๆ นะ อย่างพ่อแม่ฟูจังนี่ใส่กางเกงขายาวครบเครื่อง พับขากันแทบไม่ทัน 55 ภูเขาที่รายล้อมเราสวยมาก ทรายใต้เท้าก็ออกจะเหนียวๆ อาจจะมีโคลนปนด้วยละมั้ง
.
.
แล้วเราก็ออกเดินทาง
.
.
 
.
.
ผ่านภูเขาสวยๆ
.
.
.
.
เมื่อเวลาห้านาทีบินผ่านไป เรือเราก็มาถึงฝั่ง บนฝั่งจะมีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติที่เดินได้ชิวๆ เพราะเป็นทางที่ทำไว้ให้เดินสะดวกๆ แต่ก็เงียบมากกกกกกก สงสัยเพราะเป็นวันธรรมดาด้วย เดินไปไม่นานก็ถึงทางขึ้นถ้ำพระยานคร มีป้ายให้เห็นชัดแจ่ม
.
.
.
ที่สำคัญ! ตรงนี้มีไม้เท้าให้เช่าด้วยนะ! อ๊ะๆ ท่านทั้งหลายอย่าได้ประมาท เพราะพอเดินขึ้นไปแล้วจะอยากถามหาไม้เท้าเลยล่ะ Cry
.
.
.
.
เพราะว่าทางเป็นแบบนี้ โอ้วววววว ธรรมชาติ!
.
.
.
.
การเดินขึ้นไปทีละขั้นๆ นี่ทำให้รู้สึกว่าเส้นทางสำรวจธรรมชาตินั่นมันหลอกให้ใจชื้นกันชัดๆ! อารมณ์ประมาณว่าตอนแรกก็ลั้นลาดี เราจะเป็นผู้พิชิต! แต่พอเดินไปเรื่อยๆ โอ๊ย ขามันช่างหนักจริงเว้ยเฮ้ย! บันไดนี่เป็นหินธรรมชาติแท้ๆ แล้วมีแต่ทางขึ้นแรกๆ เท่านั้นที่มีราวจับให้ นอกนั้นก็ต้องอาศัยทักษะการทรงตัวกันไป
.
.
ตอนที่เดินหอบแฮ่กกันอยู่ยังมีเพื่อนเป็นคู่แฟนหนุ่มสาวที่นั่งเรือมาเวลาไล่เรี่ยกัน และคุณฝรั่งคนหนึ่งที่เดินจ้ำพรวดๆ จนเราได้แต่มองตาค้าง
.
.
เอาละ เราก็ไปช้าๆ จนมาถึงจุดชมวิวที่ไม่ค่อยได้ชมเพราะมัวแต่สูดยาดมกันถ้วนหน้า โอ๊ย ขำ
ตรงจุดนี้มีประวัติของถ้ำพระยานครด้วยล่ะ ถ้าหายเหนื่อยแล้วก็มายืนอ่านได้ ตรงนี้คู่แฟนหนุ่มสาวตกลงกันว่าจะไม่ไปต่อแล้วเพราะเหนื่อยหลาย ส่วนคุณฝรั่งนะเหรอ หึหึ เดินนำไปไกลแล้ว (ตรูยอมแพ้ Foot in mouth)
.
.
.
.
จากนั้นเรากัดฟันเดินต่อไปเพราะว่าเดินมาครึ่งนึงแล้วจะถอดใจง่ายๆ ก็ใช่ที่ ว่าแล้วก็ฮัดช่า! ไม่ยอมแพ้หรอกเฟร้ยยยยยย
.
.
พอพ้นจากจุดชมวิวมาหน่อยทางก็ค่อยๆ ลาดลงบ้างพอเดินสบายหน่อย แถมมีลมเย็นๆ พัดมาให้ชื่นใจ อากาศดีจนแทบหายเหนื่อย
.
.
.
.
ชมป่าไปเรื่อยๆ
.
.
.
เดินมาอีกพักก็เจอป้ายถ้ำพระยานคร เอาละ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว!!! (น้ำตาไหลพรากๆ)
.
.
.
.
ระหว่างทางที่ไปก็เจอกับ "น้ำตกแห้ง" ซึ่งเป็นหินย้อยที่รูปร่างเหมือนน้ำตก สวยมากเลยละค่ะ
.
.
.
.
พอผ่านตรงนี้ไปทางจะลาดชันขึ้นมาก ตอนเดินลงไปก็ภาวนาถึงพ่อแก้วแม่แก้วไป เพราะมันหินทั้งนั้นนนน ล้มลงไปนี่มีเลือดตกได้ง่ายๆ แต่ตรงนี้เราก็เดินสวนกับครอบครัวคนไทยอีกครอบครัวหนึ่ง เขามีลูกแฝดน่ารักสองคนมาด้วย อายุ 4 ขวบครึ่งเท่านั้น ที่สำคัญคือ คุณพ่อแกบอกว่าเขาไม่ได้อุ้มลูกเลยนะ เนี่ยลูกเดินกันล้วนๆ กรี๊ดดดดด แบบนี้ไม่ยอมแพ้ฮ่ะ!
.
.
ตรงทางเข้าถ้ำมีป้ายบอกสิ่งที่เราจะพบในถ้ำ แต่ตอนเข้าไปเราไม่ได้หยุดอ่านง่ะ (แหม เสียดาย) เพราะใจมันแล่นเข้าไปข้างในแล้ว อ้อ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่พลาดคือตรงนี้
.
.
.
.
ถ้านบนของถ้ำค่ะ เรียกว่า "สะพานมรณะ" ซึ่งมีที่มาจากสะพานหินนี้มีสัตว์ป่าเดินข้ามแล้วตกลงมาตายเยอะมาก เลยได้ชื่อนี้มาด้วยประการฉะนี้
.
.
จากนั้นเราก็เดินเข้าถ้ำ ซึ่งเส้นทางตรงนี้ มืดมาก เน้นเลยว่ามืดมาก แล้วพวกเราไม่ได้พกไฟฉายไป (ลืมไว้ในรถ) ขนาดใช้ไฟจากมือถือยังแทบไม่เห็นเลย ทางก็ขรุขระ มีแว่บหนึ่งที่เห็นว่าบริเวณนั้นเรียกว่า "ทางสันจระเข้" เพราะเหมือนหลังจระเข้นั่นเอง
.
.
แต่ไม่ว่าทางตรงนั้นจะขรุขระแค่ไหน แสงสว่างที่ปลายทางก็บอกเราว่า...
.
.
เรามาถึงแล้วค่ะ
.
.
ถ้ำพระยานคร
.
.
.
.
.
.
.
.
พระที่นั่งนี้มีชื่อว่า พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ สร้างขึ้นบนเนินดินที่รับแสงธรรมชาติจากปากปล่องถ้ำด้านบน แสงที่ส่องต้องพระที่นั่งสวยงามวิจิตรมาก ชนิดที่ว่าเมื่อได้มาเห็นกับตาแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
.
.
.
.
พระที่นั่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และนอกจากรัชกาลที่ 5 ยังมีพระมหากษัตริย์ของไทยเราเสด็จมาที่นี่อีก 2 พระองค์ นั่นคือ รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9
.
.
บนผนังถ้ำมีลายพระหัตน์ ร. 5 กับ ร. 7 ด้วย
.
.
.
.
.
.
ในบริเวณถ้ำยังมีอะไรให้ชมมาก มีอัฐิหลวงปู่มั่นในถ้ำด้วย แต่ภาพถ่ายไม่ชัดเลยไม่ได้เอามาลง แล้วยังมีซุ้มต้นรอดคู่ (ใช้คำว่า รอด นี่แหละจ้ะ) ที่เอาไว้ให้คู่รักเดินลอด ต้นไม้นี้โค้งเกือบเรี่ยดินต้องเดินก้มกันน่าดู ก็มีแต่พ่อแม่เราที่เดินลอดฮ่ะ อิฉันก็ยังไม่มีคู่ให้ลอด แหง่กๆๆ
.
.
จากนั้นเราก็เดินกลับออกมา พอมาถึงด้านนอกถึงได้เห็นว่ามีที่ที่เราน่าจะเจออีกหลายที่ในถ้ำ อ๊า เสียดายจัง แต่จะเข้าไปอีกก็เหนื่อยกันแล้ว ตรงป้ายนี้มีคนเอาหินมากองไว้เพียบไปหมด เหมือนตอนที่เราไปเกาะหินงามเลย (อันนี้เอาไว้เขียนย้อนเนอะ)
.
.
เราถ่ายรูปกันได้ไม่นาน ฝนก็ตก! แว้กกกกกกก เดินป่าครั้งแรกก็ฝนตกเลยเจ้าค่ะท่านผู้ช้มมมมมมม แล้วเราก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนจะหยุดด้วยสิ ก็เลยตัดสินใจเดินกลับดีกว่า เพราะว่ายังไงในป่าก็มีต้นไม้มากบังฝนให้เราได้ แต่ก็นะ...เดินปกติก็ว่ายากแล้ว ขากลับต้องเดินลง แถมฝนตกอีก อันตรายคูณสอง ฟูจังการันตี! ดังนั้นเวลาจะไปเดินป่าก็ระวังฟ้าฝนและเตรียมร่างกายตลอดจนอุปกรณ์ให้พร้อมนะคร้า Cry
.
.
อย่างไรก็ดี ทริปนี้คุ้มทั้งกายทั้งใจ คุ้มกายคือได้ออกกำลังขนานใหญ่กันทั้งบ้าน (หลังจากนั้นปวดขาระบมกันไปหมด 55) ส่วนคุ้มใจคือได้ชมธรรมชาติในป่าเขาแบบไร้เครื่องปรุงแต่ง และพระที่นั่งงามวิจิตรในถ้ำที่อยากรู้จริงหนอว่าสมัยก่อนเข้าไปสร้างได้อย่างไร
.
.
.
.
สรุปคือแม้จะเหนื่อยแต่แนะนำให้ทุกท่านไปอย่างที่สุด เพราะขอบอกว่าตอนที่เราจะเข้าไปในถ้ำนั้น เราสวนกับคุณฝรั่งจ้ำพรวดคนนั้น (เรียกซะเสียเลย Foot in mouth) พอคุยกันถามว่าเหนื่อยไหม เขาบอก อื้อ เหนื่อย แต่พอถามว่าข้างในเป็นอย่างไร เขาตอบว่า
.
.
"It's very nice. It's worth."
(สวยมาก คุ้มที่ได้มา)
.
.
คุณฝรั่งยังบอกอย่างนี้ เราคนไทยแท้ๆ อย่าได้พลาดเชียวค่ะ Smile
.
.
.
.
ทริปนี้ยังไม่จบ มาต่อตอนหน้านะ Embarassed
.
.

 

 

edit @ 16 Jun 2011 17:15:43 by ฟูจัง

Comment

Comment:

Tweet

สนใจติดต่อได้ที่ 0807977770 - 6 ,0828634313-6,0821988880-6
http://gclub-royal.com
http://sbobet.gclub-royal.com
http://ibcbet.gclub-royal.com

#6 By gclub-royal (103.7.57.18|202.58.99.182) on 2012-05-17 19:40

เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการออกกำลังกายท้าแรงโน้มถ่วงโลกมาก >w<

#5 By kororo on 2011-06-19 15:48

สวยมากกกกกกกกก
น่าไปเที่ยวจังค่ะ
เดินทางมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
แต่ใกล้ๆบ้านยังไม่เคยไปquestion

#4 By katak on 2011-06-17 10:22

Hot! นางฟ้าลืม

#3 By Pupu Meteor on 2011-06-16 23:19

ว้ายย น่าไปมากกกอ่าาาา

รีวิวน่ารักสมเป็นเซเรน่า(แอ๊บมาก555)
ชอบบรรยากาศจัง ,,= =,,

แต่เค้าเป็นคนไทยที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปไหนเลยอ่า
เห็นแล้วแอบเสียดาย

เอนี่เวย์ เว๊วคั่มแบ้ค จ้า

#2 By Pupu Meteor on 2011-06-16 23:09

แม่เค้าไป
แต่เค้าไม่ขึ้นไป เพราะหอบกล้อง เหนื่อยมาก
พอลงมา แม่บอกว่า

"เค้าเอาพระที่นั่งไปซ่อม"

หัวเราะก๊ากใส่แม่ที่นำเพื่อนๆ เราไปเกือบสิบคน
รู้สึกดีเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆๆ
แมวที่ร้านอาหารริมหาดน่ารักมาก
ไกด์เด็กน่ารักโคตรๆ

Hot! Hot! Hot!

#1 By @Brown Sucre's on 2011-06-16 17:30