สวัสดีค่า~

 

อาทิตย์นี้หลังจากดี๊ด๊ากับบอลโลก สเปนได้แชมป์สมใจ ดิฉันก็เจองานเข้ามาเป็นพรืดเลยยยยยยย

 

เป็นงานต้อนรับแขกต่างชาติค่า  อย่างว่าว่างานของเรานั้นถึงจะมีตำแหน่งบอกกันจะจะ แต่ขอบข่ายมันก็กว้างเหลือเกิน ประมาณว่าทำมันทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือไททานิค บางทีก็หลั่นล้า แต่บางทีก็เบื่อ แต่ที่ดีอย่างหนึ่งคือเวลารับแขก เรามักจะได้ออกไปข้างนอก (ไปเป็นล่ามดูงาน และอะไรต่างๆ นานาร้อยแปด เป็นเบ๊สารพัดประโยชน์) คือเราเป็นพวกที่อยู่ออฟฟิศนานๆ แล้วเฉาค่ะ ดังนั้นพระเจ้าเหมือนจะรู้ เวลาเราเหี่ยวๆ จะแห้งตายคาคอมพ์ทีไร ก็มักจะมีคณะมาดูงานทุกที

 

คราวนี้เป็นคณะจากฟิลิปปินส์ค่ะ ซึ่งตอนแรกทำเราอึ้งทึ่งเสียวไป เพราะเป็นภาษาอังกฤษที่ปนๆ สำเนียงตากาล็อก ฟังยากทีเดียว แต่อยู่ไปหลายวันเข้าก็เริ่มคุ้นหูไปเอง เหอเหอ

 

ในเอนทรีนี้เรื่องงานเราจะไม่พูดถึง (เดี๋ยวพอดีไม่มีเรื่องเล่า ฮ่าๆ) แต่จะพูดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเวลารับแขกต่างชาติดีกว่า เผื่อว่าใครๆ มีเพื่อนฝรั่งหรือต้องรับแขกชาวต่างชาติ จะได้เอาไปใช้บ้างแบบอิ๊งๆ ไทยๆ สลับกันไป ฮาๆ ดี

 

พูดถึงเรื่องบนโต๊ะอาหาร มักจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายสบายๆ เสมอค่ะ นั่นคือ เรื่องธุรกิจการงาน ดูงานจะมลายหายไป กลายมาเป็นเรื่องคุยเบาๆ หรือตลกฮาเฮ แต่เมื่อใดที่นั่งร่วมโต๊ะฝรั่งแล้ว คำถามเรื่องอาหารจะไหลหลั่งเป็นเขื่อนพัง ก็แหมมมม อาหารไทยเราออกจะชื่อก้องโลกกกก

 

แรกสุดนี่ต้องข้าวค่ะ ฝรั่งมาต้องแบบ โอ้วววว ไทยไรซ์ เว้รี่อินเทอเร้สติ้งงงง I wanna taste Thai rice! (ขอลองชิมข้าวไทยหน่อยเน้อ)

พูดถึงข้าวไทยก็ต้อง ข้าวหอมมะลิ ละค่ะ

 

ข้าวหอมมะลิเป็นอังกฤษก็มีสองชื่อ ชื่อแรกก็ Jasmine rice อ๊ะ ตรงตัวเลย ก็ Jasmine ก็มะลิ rice เก๊าะข้าวไง แต่อีกชื่อตรงกว่า ก็คือ Hom Mali Rice 55 หอมมะลิไรซ์ เลย ได้ใจจริงๆ แนะนำว่าถ้าจะบอกว่าเป็น Hom Mali Rice ก็น่ารักดีค่ะ แบบว่าเหมือนเป็นการสอนภาษาไทยไปด้วยเลยไง ให้ฝรั่งเรียกว่า คาว-ฮอม-มา-ลิ โอ๊ยยย รับรองคนไทยจะชมเปาะว่าน่ารักยังงู้นยังงี้

 

ถ้ากรณีเป็นข้าวเหนียวนี่จะเรียกว่า Sticky rice นะคะ (sticky=เหนียว) มีอีกคำคือ glutinous rice ก็ข้าวเหนียวเหมือนกัน แต่เราไม่ค่อยชอบคำนี้ มันดูเหนียวแบบกาวๆ ยังไงไม่รู้ หยึยๆ และเท่าที่คุยกับฝรั่งมา เขาจะคุ้นกับ sticky rice มากกว่าด้วยละ

 

อีกคำที่ตอนแรกอาจคิดคำแปลกันไม่ออก คือ ข้าวต้ม ค่ะ อันนี้เรียกว่า rice soup ก็ตรงตัวดีนะ ถ้าจะเพิ่มรายละเอียดว่าเป็นข้าวต้มอะไรก็ขยายได้ค่ะ เช่น ข้าวต้มหมู = rice soup with pork ข้าวต้มกุ้ง rice soup with shrimp เป็นต้น

 

เรื่องของกุ้งนี่ก็น่าจะบอกไว้เหมือนกัน แน่นอนว่าเมนูเด็ดประจำชาติของเราคือ ต้มยำกุ้ง (ช้างกูอยู่ไหน!!! << ไม่ใช่แระ!!) ซึ่งแน่นอนว่ารับแขกทุกครั้งต้องกินทุกครั้ง!

 

 

บางทียังไปไม่ถึงร้านฝรั่งต้องมีถามมั่งว่า เอ้อ ยูๆๆ ไออยากกินต้มยำน่ะ ว่าแต่ต้มยำกุ้งนี่มันเป็นยังไง ???

 

เราก็จะแบบ พี่จะถามทำไมตอนยังไม่ถึงร้านวะคะ ไว้ถึงที่จะเสิร์ฟให้ทิ่มตาเรยค่ะ! แต่ด้วยหน้าที่ของเจ้าบ้าน เราก็ต้องยิ้มหวานๆ แล้วบอกว่า เอ้อ ต้มยำนี่นะยู It's a world popular Thai dish, the sour and spicy/ hot and spicy soup with shrimp!

 

คำว่า hot and spicy นี่เป็นคำฮิตติดพ่วงมาด้วยกัน ประมาณว่าเผ็ดร้อนนน ซึ่งใช้บรรยายอาหารที่ปรุงด้วยเครื่องเทศแล้วออกมารสจัดๆ ค่ะ ดังนั้นบางครั้งฝรั่งกินอะไรเข้าไปแล้วบอกว่า Oh, it's hot, hot! นี่ไม่ได้หมายความว่า อู๊วววว อาหารนี่มันฮ็อตฮิตจริงจริ๊งงง หรือ อาหารนี่มันร้อนเว้ย! แต่หมายถึงว่า เจี๊ยกกส์ มันเผ็ดมั่กมั่ก ต่างหากค่ะ :)

 

ส่วน sour and spicy ที่เราใช้ข้างบน เพื่อบรรยายรสเด่นของต้มยำ คือ เปรี้ยวและเผ็ดนั่นเอง

 

คำศัพท์ที่แปลว่ากุ้งนี่มีกว้างๆ อยู่ 2 คำค่ะ คือ prawn กับ shrimp

 

 

 

เจ้า prawn (รูปแรก) นี่จะออกแนวกุ้งกุลา ออกเสียงว่า "พรอน" ค่ะ (ไม่ใช่น้องหมึกพอลนะ ฮี่ๆ) ส่วน shrimp ก็กุ้ง แต่มักจะหมายถึงกุ้งเล็กๆ กุ้งฝอย หรือเคย อย่างกะปิก็เรียกว่า shrimp paste ไม่ใช่ prawn paste

 

ทีนี้คงเห็นความแตกต่างของกุ้งบ้างแล้วเนอะ (แต่ยังไงเวลาใช้ก็มักจะใช้ปนกันอยู่ดี สาเหตุหนึ่งเพราะ ชริมป์ ออกเสียงง่ายกว่า พรอน) อ้อ ฝากอีกอย่างคือบางทีฝรั่งจะกะเหี้ยนกะหือรืออยากกินต้มยำมากๆ แล้วพอสั่งมากินจริงๆ ก็เล็มไปได้หน่อยเดียวเพราะเผ็ด จะเสียดายของมาก หรือบางทีมีฝรั่งน่ารัก คือเคยเป็นล่ามให้คนสวีเดนที่ไนซ์มาก ชอบกินต้มยำ แต่เห็นแกกินหน้าแดงแปร๊ดแล้วสงสาร กลัวจะเผ็ดตายไปเสียก่อน ก็จะบอกว่าร้านอาหารเดี๋ยวนี้ส่วนมากเขาปรุงต้มยำแยกพริกให้ด้วยนะคะ แบบว่าใครอยากกินเผ็ดก็มีพริกแยกมาให้ต่างหาก เติมเองได้ตามสบาย สะดวกดีเวลาต้อนรับแขกฝรั่งค่ะ

 

พูดถึงกะปิก็ขอลากมาถึงพวกน้ำพริกกันบ้าง น้ำพริกก็เป็นอาหารเด่นดังเหมือนกัน แต่ฝรั่งไม่ค่อยกิน (กลัวเผ็ดกันนั่นเอง อิอิ) มาถึงตอนนี้ก็ต้องพูดถึงคำที่ใกล้ๆ กันเสียหน่อย

 

น้ำพริก เรียกว่า Chilli paste นะคะ คือ paste เนี่ย มักจะใช้กับของที่เหนียวๆ หน่อย แต่ไม่ถึงกับแข็งเป็นก้อนหรือเหลวเป็นน้ำ อย่างกะปินั่นยังไงล่ะ

 

Chilli คือ พริก Chilli paste คือน้ำพริก แต่ซอสพริกคือ Chilli sauce นะ 

 

sauce ยังแปลว่าน้ำจิ้มได้ด้วย แต่เป็นน้ำจิ้มที่จะออกเหนียวๆ หน่อย หรือเป็นถ้วยเล็กๆ ถ้าเป็นน้ำจิ้มถ้วยใหญ่น้ำเยอะจะเรียกว่า dipping หรือจะเรียกเป็น dipping sauce เลยก็ได้

 

และน้ำปลาก็เรียกว่า fish sauce ค่ะ

 

 

สำหรับเอนทรีนี้คงขอจบไว้เท่านี้ก่อน ฮ่าๆ ยังมีอะไรอยากเขียนอีกบานแบะ คงไม่จบง่ายๆ ไว้มาต่ออีก

 

ก่อนจากวันนี้ฝากไว้ว่า อย่ากลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษนะคะ ไม่ว่าจะรับแขกกี่กรุ๊ปถ้าคุยเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยจะเป็นปัญหาทุกที คนไทยเราเรียนแกรมม่าเยอะเกิ๊น ทำให้เวลาจะพูดจริงฝ่อหมด เราเองตอนเรียนใหม่ๆ ก็เป็นยังงี้ค่ะ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ หน้าเริ่มบางลง (55) และพอมาทำงานนี่เจอหลายแบบ พูดผิดมั่งถูกมั่ง บางทีโชว์โง่ไปเลยก็มี (ก๊าก) แต่ก็อย่าได้แคร์ คิดเสียว่าเหมือนเราพูดภาษาไทย พูดผิดไปก็ตลกดีค่ะ

 

 

by Foochan @feellikehome 

 

 

edit @ 15 Jul 2010 21:22:59 by ฟูจังสิจ๊ะ

edit @ 16 Jul 2010 23:37:42 by ฟูจังสิจ๊ะ

Comment

Comment:

Tweet

#12 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 15:42

Hot!

โฮกกกก
มีประโยชน์มากเลยล่ะตัวเธอว์ !!!
อย่างที่หลยาๆคนว่า ได้รู้อะไรใหม่ๆเยอะเลยล่ะ

#11 By Pupu Meteor on 2010-07-17 23:59

สาระล้วน ๆ เลย big smile


Hot! Hot! Hot!
แหม่ มีสาระ ได้ความรู้ แจ่มๆ
อยากลองงานท่องเที่ยวบ้างแฮะ แต่ปะกิดระดับตกต่ำ

ว่าแต่ ชั้นอยากกินหมึกมากกว่ากุ้ง อ่ะเธอ คราวหน้าเอายำหมึกนะ - -+

#9 By yoyo_chan on 2010-07-16 14:51

เปงอะไรที่ สาระมากๆๆๆๆๆๆ 555+ ชอบๆ อ่านแล้วหิวเหมือนกานนน อยากกินต้มยำกุ้งจังค่ะ อิอิ

ตอนเรียนม.ปลายเจอเหมือนกันค่ะครูฟิลิปปินส์ ทำเอาอึ้งไปหลายวันอยู่ กว่าจะเข้าใจว่าแกพูดอะไร.. แต่ที่น่ากลัวกว่า คงไม่พ้น อังกฤษสำเนียงแขกค่ะ เพราะพี่ท่านเค้าจะกระดกลิ้นกันอย่างสนุกสนาน จนเราคิดว่า จะกระดกไรนักหนา กลัวลิ้นจาแข็งตายใช่ไหมหากไม่ได้กระดก 555+

งานแบบนี้ก็ดีนะคะ ได้พบปะผู้คน ได้ใช้ในสิ่งที่เราเรียนมา ดีกว่านั่งมานั้งแปะอยู่หน้าจอคอม อยู่ในออฟฟิสทั้งวันเหมือนเรา อิอิ

#8 By Kook (203.146.245.162) on 2010-07-16 10:36

Hot! Hot! ชอบค่ะ เคยเจอภาษาอังกฤษคนสิงคโปร์นี่เหนื่อยแล้ว คิดถึงฟิลิปปินส์คงต้องตั้งสติดีดีเลยแหละค่ะ entry นี้ได้ความรู้ดีมากเลยค่ะ อ่อ แล้วก้อได้ความรู้สึกหิวขึ้นมาด้วยค่ะ big smile

#7 By onnsy on 2010-07-16 08:43

ภาษาอังกฤษวันละหลายคำกับน้องฟู อิอิ

อ่านแล้วหิวขึ้นมาเลย (ขนาดกินข้าวแล้วนะเนี่ย)

บางทีให้มานั่งอ่านแบบนี้ก็นึกออก แต่พออยู่ต่อหน้าฝรั่งแบบว่า...มันเรียกว่าอะไรหว่า นึกไม่ออกซักทีsad smile Hot!
คุณเส่ง - อย่าว่าแต่คุณเส่งเลยค่ะ ฟูจังพิมพืไปก้แอบนึกถึงอาหารที่เขียนถึงไปเหมือนกัน!

คุณลุงม้า - ขอบคุณสำหรับดาวแดงค่ะ ดีใจจังที่เอนทรีนี้มีประโยชน์นะค้า cry

คุณปลาวาฬ - 55 นี่คือเอนทรีเจริญอาหาร!

น้องฟอง -

#5 By ฟูจัง on 2010-07-15 21:41

Hot! Hot! Hot!

#4 By Himura maya on 2010-07-15 21:34

อู๊ย หิว ไปกินข้าวก่อนล่ะ

#3 By ปลาวาฬ on 2010-07-15 21:31

ถึง คุณฟูจัง

เอนทรี่นี้อ่านแล้วได้เกร็ดความรู้ใหม่ ๆ เยอะมากครับ(อย่างน้อยก็ ข้าวเหนียว กับ กุ้ง นี่ล่ะครับ) ขออนุญาตกดให้ดาวสำหรับความรู้คู่ครัวฉบับนี้นะครับ Hot!

#2 By Old Mustang on 2010-07-15 21:19

อ่านๆ ไปชักหิวๆopen-mounthed smile

#1 By wesong on 2010-07-15 21:19